ผู้เป็นหนี้ต่อข่าวประเสริฐ — ฟังและเข้าใจ
หมายเหตุเกี่ยวกับเสียง: คำเทศนานี้มีไฟล์เสียงภาษาเกาหลี บันทึกด้านล่างเป็นภาษาไทย แต่เมื่อกดเล่นจะได้ยินเสียงภาษาเกาหลี
1. คริสตจักรที่กรุงโรม
คำเทศนานี้เริ่มจากโรม 1:8-15 และความปรารถนาอย่างแรงกล้าของเปาโลที่จะไปเยือนกรุงโรม โดยชี้ว่า แม้ตอนนี้จะคล้ายบทนำก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลักของพระธรรมโรม แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่แสดงให้เห็นใจของเปาโล
จากเมืองโครินธ์ ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่ที่เปาโลเขียนจดหมายฉบับนี้ ไปถึงกรุงโรมมีระยะทางทางบกและทางทะเลรวมกันประมาณ 1,300 กิโลเมตร แม้ใช้ม้าและเรือก็ต้องเดินทางนานกว่าหนึ่งเดือน ถึงกระนั้นเปาโลก็อยากไปเยือนกรุงโรมซึ่งเขายังไม่เคยไป ในยุคแรกของคริสต์ศาสนา คริสตจักรยังไม่ได้ตั้งขึ้นทั่วโลก แต่มีข่าวมาถึงเปาโลว่า มีผู้เทศนาในกรุงโรมซึ่งเป็นศูนย์กลางของโลกในเวลานั้น และมีผู้รับข่าวประเสริฐแล้ว
ชื่นชมยินดีในความเชื่อของคริสตจักรที่กรุงโรม
เปาโลได้ยินว่า ชาวกรุงโรมไม่เพียงรับข่าวประเสริฐเท่านั้น แต่ยังดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างดีด้วย คริสตจักรที่กรุงโรมไม่ใช่คริสตจักรที่เปาโลประกาศข่าวประเสริฐหรือตั้งขึ้น แต่ข่าวนั้นก็ทำให้เขาชื่นชมยินดีและขอบพระคุณพระเจ้า โรม 1:8 ถูกกล่าวถึงพร้อมกับคำขอบพระคุณนี้
ผู้เทศนาอธิบายว่า เปาโลมีพระทัยของพระเจ้าพระบิดาในเรื่องนี้ เพราะแม้เป็นสถานที่ที่เขาไม่มีความสัมพันธ์โดยตรง เขาก็ชื่นชมยินดีและขอบพระคุณเมื่อได้ยินว่าประชากรของพระเจ้ายืนหยัดอยู่ในความเชื่อ ด้วยเหตุนี้เปาโลจึงมีใจอยากไปกรุงโรม
อธิษฐานเผื่อคริสตจักรที่ไม่เคยพบ
ในโรม 1:9-10 เปาโลอธิษฐานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อคริสตจักรที่กรุงโรมซึ่งเขาไม่เคยพบ และทูลขอให้มีหนทางอันดีเปิดขึ้นตามพระประสงค์ของพระเจ้าเพื่อไปหาพวกเขา ผู้เทศนากล่าวว่า ขอบเขตคำอธิษฐานของเปาโลกว้างไกล เนื่องจากตามสภาพของมนุษย์แล้วการไปกรุงโรมไม่ใช่เรื่องง่าย เปาโลจึงทูลขอพระคุณจากพระเจ้าและอธิษฐานขอให้พระองค์ทรงเปิดทางไปกรุงโรม
ใจของศิษยาภิบาลที่อยากเสริมสร้างให้มั่นคง
ในโรม 1:11 เปาโลกล่าวว่า เหตุที่อยากพบคริสตจักรที่กรุงโรมก็เพื่อแบ่งปันของประทานฝ่ายวิญญาณและทำให้พวกเขามั่นคง ผู้เทศนาอธิบายว่า ในเวลานั้นพันธสัญญาใหม่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และยังไม่มีอาคารนมัสการเหมือนในปัจจุบัน ข่าวประเสริฐได้รับการประกาศ ผู้คนเริ่มมารวมตัวและรับใช้พระเจ้าท่ามกลางพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ในสายตาของเปาโล พวกเขายังอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ
ผู้เทศนาเปรียบสภาพนี้กับทารกที่เพิ่งเกิด ซึ่งงดงามและมีคุณค่า แต่อาจสั่นคลอนเมื่อเผชิญการทดลองและความยากลำบาก เปาโลอยากแบ่งปันฤทธิ์อำนาจแห่งพระวจนะ พระคุณ และของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ตนได้รับ รวมทั้งอธิษฐานและนมัสการร่วมกัน เพื่อช่วยให้พวกเขาหยั่งรากลึกขึ้นและไม่หวั่นไหว ผู้เทศนาอธิบายว่า ใจเช่นนี้คือพระทัยของพระเจ้าพระบิดาและใจของศิษยาภิบาล
ผู้เทศนากล่าวว่า เมื่อเห็นจิตวิญญาณที่อยากเชื่อพระเจ้าอย่างดีแต่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เขาเองก็มีใจร้อนรนว่าจะช่วยได้อย่างไร เขาอธิบายว่า ตนอยากอธิษฐานให้คนเหล่านั้นพบองค์พระผู้เป็นเจ้าและได้รับพระคุณในการนมัสการ และอยากแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในตัวเพื่อช่วยผู้เชื่อที่อ่อนแอให้ยืนหยัดในความเชื่อ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงตัวอย่างของผู้เลี้ยงดูคนหนึ่งที่สอนคำอธิษฐานอย่างมีปัญญา จนช่วยให้ผู้ประสบความยากลำบากผ่านพ้นไปได้
คอยโนเนียแห่งความเชื่อที่หนุนใจกัน
โรม 1:12 กล่าวถึงความปรารถนาของเปาโลที่จะให้ตนกับคริสตจักรที่กรุงโรมได้รับการหนุนใจจากความเชื่อของกันและกัน ผู้เทศนาเรียกสิ่งนี้ว่า คอยโนเนีย เขาอธิบายว่า คอยโนเนียไม่ใช่เพียงความสนิทสนมของมนุษย์หรือการคบหากันฝ่ายเนื้อหนัง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนฝ่ายวิญญาณระหว่างผู้ที่บังเกิดใหม่ ผู้รับใช้พระเจ้าพระบิดาองค์เดียวกัน อยู่ในพระวิญญาณองค์เดียวกัน และแบ่งปันพระวจนะเดียวกัน
ผู้เทศนากล่าวว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตอยู่ในตัวเขา ทรงสถิตอยู่ในพี่น้องตรงหน้าและในพี่น้องของคริสตจักรที่กรุงโรมซึ่งอยู่ห่างไกลด้วย เพราะทุกคนกำลังเดินไปยังสวรรค์เดียวกัน เมื่อแบ่งปันพระวจนะเดียวกันในพระวิญญาณองค์เดียวกัน จึงเกิดการแลกเปลี่ยนฝ่ายวิญญาณขึ้น เขาอธิบายว่า เมื่อคนหนึ่งเป็นพยานถึงพระคุณที่ตนได้รับ คำพยานนั้นก็เป็นพระคุณแก่ผู้อื่น และเมื่อจับมืออธิษฐานร่วมกัน พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานท่ามกลางพวกเขา ทำให้เกิดการฟื้นฟูและการเยียวยา
ผู้เทศนายกกลุ่มเซลล์ของคริสตจักรและกลุ่มคริสเตียนในที่ทำงานเป็นสถานที่ที่สามารถสัมผัสคอยโนเนียแห่งความเชื่อเช่นนี้ได้ แม้แต่ละคนจะสังกัดคริสตจักรต่างกัน แต่เมื่อร่วมกันนมัสการในพระวิญญาณองค์เดียวกันก็ได้รับกำลัง เขายังเล่าถึงประสบการณ์ในพื้นที่พันธกิจต่างประเทศ ซึ่งแม้ไม่เข้าใจภาษากัน แต่ผู้คนก็ได้รับความยินดีและการหนุนใจเมื่อร่วมกันนมัสการและอธิษฐานในพระวิญญาณองค์เดียวกัน การจัดหารถเพื่อช่วยงานพันธกิจ และความยินดีของผู้รับใช้ที่ได้รับความช่วยเหลือนั้น ก็ถูกกล่าวถึงเป็นตัวอย่างของความยินดีที่ผู้ร่วมรับใช้ได้รับ
ผู้เทศนาอธิบายว่า การรับใช้และมีความสัมพันธ์กับคริสตจักรแห่งหนึ่งในประเทศและคริสตจักรในต่างประเทศ ก็เป็นการหนุนใจกันด้วยความเชื่อเช่นกัน พระคุณและของประทานจากพระเจ้าสามารถหลั่งไหลผ่านการรับใช้เช่นนี้
คำถามใคร่ครวญ
เช่นเดียวกับเปาโล คุณชื่นชมยินดีในความเชื่อของคนที่คุณยังไม่เคยพบและอธิษฐานเผื่อพวกเขาได้หรือไม่? เมื่อคิดถึงการช่วยผู้ที่อ่อนแอให้ยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ ใจของคุณรู้สึกอย่างไร?
2. จงเกิดผล
ในโรม 1:13 เปาโลกล่าวว่า เขาอยากเกิดผลท่ามกลางคริสตจักรที่กรุงโรมด้วย ผู้เทศนาอธิบายว่า การเกิดผลคือเป้าหมายชีวิตที่เปาโลมีหลังจากพบองค์พระผู้เป็นเจ้า
ความหมายของผล
ผู้เทศนากล่าวว่า ผลในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการประกาศข่าวประเสริฐแก่คนใหม่เท่านั้น เพราะคริสตจักรที่กรุงโรมได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว การประกาศข่าวประเสริฐก็เป็นผล แต่การที่ผู้รับข่าวประเสริฐแล้วได้รับการเสริมสร้างฝ่ายวิญญาณผ่านของประทานและพระคุณต่าง ๆ ที่ได้รับ ก็เป็นผลเช่นกัน
เช่นเดียวกับตัวอย่างงานพันธกิจที่กล่าวไป การมอบทรัพย์สิ่งของเพื่อช่วยให้ผู้รับใช้ทำพันธกิจได้ดี และช่วยให้งานนั้นดำเนินไปด้วยดี ก็เป็นส่วนหนึ่งของผลโดยรวมต่อพระพักตร์พระเจ้า ผู้เทศนากล่าวว่า เมื่อคริสตจักรหนึ่งรับใช้อีกคริสตจักรหนึ่งและช่วยให้มั่นคง ผู้ที่ถวายทั้งการเงิน คำอธิษฐาน และแรงกายก็มีส่วนในบำเหน็จของผลนั้น
พระประสงค์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งไว้และความปรารถนาของเปาโล
ผู้เทศนาอธิบายโดยอ้างยอห์น 15:16 ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งเราไว้เพื่อให้เกิดผล เปาโลอยากทุ่มเทพระคุณ ฤทธิ์อำนาจ และของประทานทั้งหมดที่ตนได้รับ เพื่อเกิดผลในทุกแห่งที่ไปและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
ผู้เทศนากล่าวว่า เปาโลถือว่าการเดินทางไกลไปกรุงโรม แบ่งปันพระคุณและข่าวประเสริฐที่ตนได้รับ และช่วยให้ความเชื่อของพวกเขามั่นคง ล้วนเป็นผลต่อพระพักตร์พระเจ้า เปาโลเชื่อว่าเมื่อไปยืนต่อพระพักตร์พระเจ้าพร้อมผลที่เกิดขึ้น พระเจ้าจะประทานบำเหน็จ และเขาสารภาพว่าอยากเกิดผล
การใช้ของประทานและสิ่งที่มี
ผู้เทศนากล่าวว่า การเกิดผลไม่ใช่เป้าหมายชีวิตของเปาโลเพียงคนเดียว แต่ควรเป็นเป้าหมายชีวิตของคริสเตียนทุกคน เขาอธิบายว่า เมื่อคนหนึ่งได้รับความรอด ก็มีพันธกิจที่จะเกิดผลเพื่อพระเจ้า และพระเจ้าประทานของประทาน พรสวรรค์ และทรัพย์สิ่งของแก่แต่ละคนเพื่อการนั้น
ผู้เทศนากล่าวว่า สิ่งที่คนหนึ่งสะสมไว้และแม้แต่ร่างกายของตนก็ไม่อาจเป็นของตนตลอดไป ดังนั้นผู้ที่ได้รับความรอดจึงควรใช้ของประทาน พระคุณ และสิ่งที่พระเจ้าประทานเพื่ออาณาจักรของพระเจ้า เมื่อใช้เช่นนั้น ชีวิตของพระเจ้าก็หลั่งไหล ผู้ที่อ่อนแอได้รับการเสริมสร้าง ผู้ยากไร้ได้รับกำลัง และจิตวิญญาณทั้งหลายได้รับความรอด
มงกุฎ บำเหน็จ และผู้ที่ไม่เกิดผล
โดยอ้างถึง มัทธิว 25:21 ผู้เทศนากล่าวว่า เมื่อคนหนึ่งไปยืนต่อพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจะทรงเปิดม่านทุกชั้นและแสดงผลที่เกิดขึ้นจากชีวิตของคนนั้น เขาอธิบายว่า พระเจ้าจะทรงชมผู้ที่เกิดผลและถวายพระเกียรติแด่พระองค์ว่าเป็นบ่าวที่ดีและสัตย์ซื่อของพระองค์ แล้วประทานมงกุฎแก่ผู้นั้น
จากนั้นผู้เทศนาใช้ถ้อยคำเตือนด้วย เขากล่าวว่า หากคนหนึ่งฝังพระคุณและของประทานที่พระเจ้าประทานไว้ในดิน ใช้สิ่งที่มีเพื่อตนเองเท่านั้น และไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่ออาณาจักรของพระเจ้า คนนั้นก็เป็นผู้ที่ไม่เกิดผล ผู้เทศนากล่าวตรง ๆ ว่า ผู้ที่ไม่เกิดผลย่อมไม่ได้ไปสวรรค์ และอธิบายว่าหลักฐานของความรอดอยู่ที่ว่าคนหนึ่งกำลังเกิดผลหรือไม่ ข้อนี้บันทึกไว้ในฐานะคำกล่าวอ้างของผู้เทศนา
แม้เปาโลเกิดผลด้วยการตั้งคริสตจักรหลายแห่งแล้ว แต่เขายังอยากเกิดผลมากขึ้นและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ผู้เทศนาพิจารณาความปรารถนาของเปาโลที่จะไปกรุงโรม พบพวกเขา และแบ่งปันของประทานที่ตนได้รับในบริบทนี้ เขากล่าวว่า แม้ส่วนต้นของไฟล์เสียงนี้ยังเป็นบทนำก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลักของข่าวประเสริฐ แต่เราควรเรียนรู้ท่าทีและความคิดที่เปาโลใช้ดำเนินชีวิต
คำถามใคร่ครวญ
คุณกำลังใช้ของประทาน พรสวรรค์ และสิ่งที่พระเจ้าประทานแก่คุณเพื่ออะไร? คุณมองเห็นความปรารถนาที่จะเกิดผลแบบเปาโลในใจของคุณหรือไม่? หากยังไม่เห็น คุณจะทูลขอให้พระเจ้าทรงฟื้นฟูความปรารถนานั้นได้หรือไม่?
3. ผู้เป็นหนี้ต่อข่าวประเสริฐ
ในโรม 1:14-15 เปาโลสารภาพว่าตนเป็นหนี้ต่อชาวกรีกและคนป่าเถื่อน ต่อคนมีปัญญาและคนเขลาด้วย และกล่าวว่าอยากประกาศข่าวประเสริฐแก่คนในกรุงโรม ผู้เทศนาอธิบายว่า หนึ่งในแรงจูงใจที่ทำให้เปาโลอยากประกาศข่าวประเสริฐและไปกรุงโรมคือใจที่ต้องการชำระหนี้
ผู้เป็นหนี้ต่อทุกคน
ผู้เทศนาอธิบายว่า ชาวกรีกคือพลเมืองที่เจริญและอยู่ ณ ศูนย์กลางของโลกในเวลานั้น ส่วนคนป่าเถื่อนคือชนเผ่าต่าง ๆ ที่ถูกมองว่ายังไม่เจริญ เปาโลกล่าวว่าตนเป็นหนี้ต่อทุกคน ทั้งคนมีปัญญาและคนเขลา ในตอนแรกถ้อยคำนี้อาจเข้าใจยาก แต่ผู้เทศนาอธิบายว่า เปาโลลงมือทำเพื่อชำระหนี้ และความปรารถนาที่จะไปกรุงโรมเพื่อประกาศข่าวประเสริฐก็มาจากใจที่ต้องการชำระหนี้นี้
부득불 กับผู้เป็นหนี้
มีการกล่าวถึง 1 โครินธ์ 9:16 ด้วย ผู้เทศนาอธิบายว่า คำเกาหลี 부득불 ในข้อนี้กับคำว่าเป็นหนี้ในโรม 1:14 เป็นถ้อยคำที่มีรากศัพท์เดียวกัน
จากคำอธิบายนี้ ผู้เทศนาอธิบายเหตุผลที่เปาโลประกาศข่าวประเสริฐว่าเป็นเพราะเขาเป็นหนี้ เช่นเดียวกับการไม่ชำระหนี้ที่นำมาซึ่งการทวงถามหรือความรับผิดตามกฎหมาย เปาโลถือว่าการประกาศข่าวประเสริฐและการไปกรุงโรมคือการชำระหนี้
เปาโลผู้ถือว่าพระคุณเป็นหนี้
ผู้เทศนาอธิบายว่า แม้เปาโลเคยข่มเหงคริสตจักรและเกลียดพระเยซู แต่ด้วยพระคุณจากพระเจ้าอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและประทานให้เปล่า เขาได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้า ได้รับการวางมือจากอานาเนีย ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ และได้รับความรอด เปาโลถือว่าพระคุณที่ได้รับเป็นหนี้ ผู้เทศนากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เปาโลเขียนว่าเป็นพระคุณแต่อ่านว่าเป็นหนี้ และรับไว้เป็นหนี้แห่งความรัก
ผู้เทศนาอธิบายว่า แม้เปาโลเป็นผู้ไม่สมควรได้รับพระคุณและเป็นคนบาปตัวฉกาจ แต่พระเจ้าก็ยังประทานพระคุณแก่เขา เปาโลจึงมีใจตั้งมั่นว่าจะชำระหนี้นี้แม้ต้องสละชีวิต
การสำแดงในถิ่นทุรกันดารอาหรับและหนี้แห่งข่าวประเสริฐ
ผู้เทศนากล่าวว่า พระเจ้าประทานการสำแดงข่าวประเสริฐอันยิ่งใหญ่แก่เปาโลเป็นพิเศษ เขากล่าวว่าพระธรรม 13 เล่มในพันธสัญญาใหม่บันทึกผ่านเปาโล และอธิบายว่า รูปแบบการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อของโลกคนต่างชาติ ความรอดโดยความเชื่อ และกรอบของการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างเสรีในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ล้วนบันทึกผ่านจดหมายของเปาโล
ผู้เทศนากล่าวว่า เมื่อเปาโลอยู่ในถิ่นทุรกันดารอาหรับ พระเจ้าทรงสำแดงข่าวประเสริฐนี้แก่เขาอย่างทรงพลัง เขาอธิบายว่า พระเจ้าทรงเปิดเผยแก่เปาโลถึงการก้าวจากพันธสัญญาแรกในพันธสัญญาเดิมเข้าสู่พันธสัญญาใหม่ในพันธสัญญาใหม่ และการสร้างกรอบใหม่กับถุงหนังใหม่ เปาโลถือว่าการที่พระเจ้าประทานพระคุณอันหาประมาณมิได้และสำแดงข่าวประเสริฐอันยิ่งใหญ่นี้แก่คนเช่นตนซึ่งเคยข่มเหงคริสตจักรเป็นหนี้
ผู้เทศนากล่าวว่า เปาโลจึงเชื่อว่าต้องชำระหนี้ด้วยการประกาศข่าวประเสริฐนี้แก่ทุกคน ทั้งชาวกรีกและคนป่าเถื่อน คนมีปัญญาและคนเขลา เขาประกาศข่าวประเสริฐด้วยใจที่พร้อมเดินทาง 1,300 กิโลเมตรทั้งทางเรือและทางเท้า แม้เผชิญลมฝนและพายุ และหากถูกจำคุก แม้ร่างกายถูกจองจำก็ยังจะเขียนจดหมาย ผู้เทศนากล่าวถึงเอเฟซัส โคโลสี และฟิลิปปีว่าเป็นจดหมายที่เขียนจากเรือนจำ
ใจที่พร้อมรับความทุกข์และถวายตัวเป็นเครื่องดื่มบูชา
ผู้เทศนากล่าวว่า ความขอบพระคุณเมื่อคนหนึ่งได้รับพระคุณครั้งแรกอาจจางลงตามเวลา เขาชวนให้สำรวจว่า เรากำลังมองตนเองราวกับไม่ใช่ผู้เป็นหนี้ แต่กลับมองว่าพระเจ้าทรงเป็นหนี้เรา และบ่นเมื่อความยากลำบากมาถึงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างดีไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะราบรื่น เปาโลเองก็ประสบความยากลำบากระหว่างประกาศข่าวประเสริฐ
เมื่อกล่าวถึงฟิลิปปี 1:29 ผู้เทศนาอธิบายว่า พระคุณที่พระเจ้าประทานไม่ได้มีเพียงการเชื่อ การได้รับพระพร และความชื่นชมยินดี แต่รวมถึงการร่วมทนทุกข์เพื่ออาณาจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย เปาโลขอบพระคุณแม้ในความทุกข์ และโดยไม่มีใครสั่ง เขาก็อธิษฐานด้วยความยินดีเพื่อผู้ที่พบองค์พระผู้เป็นเจ้า พร้อมทั้งอยากแบ่งปันพระคุณ ของประทาน และข่าวประเสริฐที่ตนได้รับ เพราะเป็นผู้เป็นหนี้ เขาจึงอยากชำระหนี้แม้ต้องสละชีวิต
ผู้เทศนาอธิบายคำสารภาพของเปาโลในตอนท้ายว่า เขาปรารถนาจะถวายตนแม้ในฐานะเครื่องดื่มบูชา ตามภาพเปรียบของผู้เทศนา ในการถวายเครื่องบูชาสมัยพันธสัญญาเดิม เมื่อเครื่องบูชากำลังไหม้และไฟใกล้ดับ จะเทเหล้าองุ่นเปรี้ยวหรือแอลกอฮอล์ลงไปเพื่อให้ไฟลุกขึ้นอีก เปาโลปรารถนาจะถวายแม้เลือดของตนเป็นเครื่องบูชาแห่งการพลีชีพ เพื่อให้ความเชื่อของผู้อื่นและคริสตจักรฟื้นขึ้นอีกครั้ง
ผู้เทศนากล่าวว่า เปาโลดำเนินชีวิตด้วยใจเช่นนี้ และพระเจ้าทรงตั้งคริสตจักรจำนวนมากทั่วเอเชียและยุโรปในเวลาไม่นานผ่านเปาโลผู้มีใจเช่นนี้ เขาอธิบายว่า เหตุที่เปาโลเกิดผลมากก็เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพอพระทัยในใจนี้
คำพยานที่ศูนย์อธิษฐานในปี 1992
ผู้เทศนาเล่าคำพยานว่า ในเดือนมกราคม 1992 เขาไปศูนย์อธิษฐานแห่งหนึ่งพร้อมนักศึกษาเพื่อเข้าค่ายฟื้นฟูจิตใจฤดูหนาว ที่ผนังมีไม้กางเขนตั้งอยู่ และมีภาพพระเยซูทรงมองไม้กางเขนจากด้านล่าง ด้านหน้ามีทีมนมัสการร้องเพลงสรรเสริญ เขากล่าวว่าเมื่อได้ฟังเพลงนั้น ใจของเขาตอบสนองอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเนื้อหาที่กล่าวถึงการใช้ชีวิตทั้งชีวิตในฐานะผู้เป็นหนี้และชำระหนี้ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
ผู้เทศนากล่าวว่า ขณะนั้นเขาอายุยี่สิบสองปี และแม้ยังไม่เข้าใจเนื้อเพลงทั้งหมด แต่หากพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเปิดใจ พระทัยและพระประสงค์ของพระเจ้าก็สามารถทะลุถึงจิตวิญญาณได้โดยไม่ขึ้นกับอายุ เขาร้องไห้ ถวายตัวแด่พระเจ้า และสารภาพว่าจะชำระหนี้นี้ด้วยการประกาศข่าวประเสริฐและพระวจนะ เขารับเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการทรงเรียกของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้ดำเนินชีวิตชำระหนี้ด้วยการประกาศพระคุณที่ช่วยตนให้ได้รับความรอด
ผู้เทศนาย้อนนึกถึงช่วงที่ตนเดินไป ร้องเพลงสรรเสริญนั้นไป และร้องไห้ไป เขากล่าวว่านี่คือใจที่ขับเคลื่อนเปาโล และถามผู้ฟังว่ามองตนเองเป็นผู้เป็นหนี้หรือไม่ เมื่อนึกถึงโลกที่ยังมีผู้ไม่เคยได้ยินข่าวประเสริฐแม้แต่ครั้งเดียวตลอดชีวิต เขาเสริมว่า หากเป็นเปาโล เปาโลคงขายทรัพย์สินเพื่อออกไปประกาศข่าวประเสริฐด้วย
การฟื้นฟูใจที่สูญหาย
ผู้เทศนากล่าวว่า เมื่อใจนี้สูญหายและเลือนราง ความเฉื่อยชาและการบ่นก็เข้ามา เขาเตือนให้ระวังการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อที่บ่นต่อพระเจ้า ราวกับพระเจ้าทรงเป็นลูกหนี้และตัวเราเป็นเจ้าหนี้ และอธิษฐานขอให้ใจที่ถ่อมลงกับใจเช่นเดียวกับเปาโลได้รับการฟื้นฟู
คำถามใคร่ครวญ
คุณกำลังรับพระคุณของพระเจ้าด้วยใจเช่นไร? คุณจะทูลขอให้พระองค์ทรงฟื้นฟูใจของผู้เป็นหนี้ต่อข่าวประเสริฐเช่นเดียวกับที่เปาโลมีในตัวคุณได้หรือไม่?